School Town King | แร็ปทะลุฝ้า ราชาไม่หยุดฝัน (2020)

Categories หนังใหม่0 Comments
School Town King

School Town King | แร็ปทะลุฝ้า ราชาไม่หยุดฝัน (2020)

กลายเป็นประเด็นร้อนฉ่าในโลกออนไลน์ เมื่องานประกาศรางวัลภาพยนตร์ชมรมวิจารณ์บันเทิงได้ตัดสปีชของผู้ที่ได้รับรางวัลออกซะหมดเกลี้ยงและเหลือแต่นก สินจัย ที่มารับแทนหม่อมน้อย ซึ่งสปีชอื่นๆ ที่ถูกตัดนั้นจะเป็นการพูดเรียกร้องให้ปล่อยตัวแกนนำคณะราษฎร์หรือแตะการเมืองบ้างในบางคน การกระทำแบบนี้หลายคนวิพากษ์วิจารณ์ว่าไม่ให้เกียรติคนทำงานเบื้องหลัง หนึ่งในคนที่ถูกตัดออกคือ เบสท์-วรรจธน ผู้กำกับสารคดีเรื่อง ‘School Town King’ ซึ่งก็เล่าถึงความเหลื่อมล้ำในประเทศนี้อย่างโจ่งแจ้งและเจ็บปวด วันนี้ผมจึงโอกาสชวนทุกท่าน ดูหนังออนไลน์ เรื่องดังกล่าว หากพร้อมแล้วไปรับชมได้เลยครับ 

School Town King สารคดี Documentary สัญชาติไทย เป็นฝีมือการกำกับของ ‘เบสท์-วรรจธนภูมิ ลายสุวรรณ’ ที่เล่าเรื่องผ่านมุมมองสองตัวละครหลักอย่าง ‘บุ๊ค’ (ธนายุทธ ณ อยุธยา) และ ‘นนท์’ (นนทวัฒน์ โตมา) เด็กหนุ่มสองคนผู้ใช้ชีวิตในสลัมคลองเตย ทั้งคู่ฝันอยากเป็นศิลปินเพลงแร็ป แม้ต้องเจออุปสรรคสภาพแวดล้อมความเป็นอยู่ และความเหลื่อมล้ำในสังคม

แร็ปทะลุฝ้า ราชาไม่หยุดฝัน

บุ๊ค เป็นเด็กม.ปลายที่อาศัยอยู่กับพ่อในห้องเช่าย่านสลัมคลองเตย เขามีโทรศัพท์เครื่องเดียวที่ใช้เป็นอุปกรณ์ในการสร้างชื่อเสียงของเขาในฐานะ แร็ปเปอร์ เพราะความฝันของบุ๊คนั้นอยากเป็นศิลปินที่ร่ำรวยพอที่จะพาตัวเองออกจากจุดที่เป็นอยู่ให้ได้ ทว่า พ่อของเขา ผู้เคยล้มเหลวในชีวิตและการเรียน เขาใช้บทเรียนของตัวเองพร่ำสอนลูกว่า ต้องเรียนหนังสือให้สูงๆ แล้วชีวิตจะดีขึ้น บุ๊คเห็นตรงกันข้าม เขามองว่าระบบการศึกษาไทย ไม่ได้ช่วยซัพพอร์ตความฝันเขาแม้แต่เลย แต่มันกลับทำเป็นตัวกัดกร่อนตัวตนของเด็กลงทีละน้อยจนวันหนึ่งเขากลัวว่าจะไม่เหลือความเป็นตัวเอง บุ๊คสนิทกับรุ่นน้องคนหนึ่งชื่อ นนท์ เด็กม.ต้น ที่หลงใหลในทำนองแร็ปเปอร์เช่นเดียวกัน นนท์อาศัยอยู่กับพ่อแม่และน้องชายตัวเล็กในบ้านที่สภาพจะพังแหล่ไม่พังแหล่ นนท์มีความฝันเดียวกันกับบุ๊ค นั่นคือการใช้แร็ปเปอร์ถีบตัวเองให้ชีวตัวเองและครอบครัวดีขึ้น และอุปสรรคของนนท์กับบุ๊คก็คือ ครอบครัวที่ไม่เคยเข้าใจพวกเขา หรืออาจจะกลัวว่าการอยู่นอกระบบ จะทำให้ลูกๆ มีจุดจบเหมือนพวกเขาในตอนนี้ โทรศัพท์ราคาถูกของทั้งบุ๊คและนนท์ สร้างชื่อให้เขาได้ในไม่ช้า ด้วยภาษา ลีลาท่าทาง และเนื้อหาการแร็ปที่สะท้อนชีวิตเด็กสลัมได้อย่างดี ทำให้ผลงานและหน้าของพวกเขาได้ออกสู่สายตาคนทั้งประเทศในช่องข่าวต่างๆ พวกเขามีรายได้หลักร้อย ไปจนถึงหลักหมื่นต่องาน ที่พอจะซื้อข้าวปลาอาหารให้พ่อแม่ได้ แต่นั่นคงยังไม่พอ และไม่เคยพอสำหรับเด็กที่ต้นทุนเป็นศูนย์ 

School Town King

ทั้งบุ๊คและนนท์ได้ไปออกหลายรายการจนไม่มีเวลาให้กับการเรียน หรืออีกนัยคือพวกเขาไม่แบ่งเวลาให้กับการเรียนเอง จนทำให้ทั้งคู่ติดศูนย์ติดร.กระทั่งบุ๊คถูกไล่ออกจากโรงเรียนตอนม.5 บุ๊ครู้สึกเคว้งอยู่เหมือนกันเพราะเขาเริ่มไม่มั่นคงกับการเลือกเดินทางสายนี้ อีกทั้งยังทำให้พ่อของเขาเสียใจ แต่เขาก็มองว่ายังดีที่มันมีเวลาให้เขาอยู่กับการแร็ปและรับงานนอกมากขึ้น ส่วนนนท์ เริ่มเฟดตัวออกจากการแร็ปและเริ่มทำตัวให้ชินกับระบบการศึกษาไทย ทั้งคู่รู้ดีว่ามันเป็นสิ่งที่เหนื่อย ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าพวกเขามีความสามารถมากพอที่จะเป็นศิลปินได้ แต่พวกเขาเหนื่อยที่โทรศัพท์เครื่องเดียวมันจะเพียงพอกับการทำตามความฝันที่สูงลิบลิ่วได้หรอ หรือสุดท้ายแล้วเด็กสลัมอย่างพวกเขาก็เป็นได้แค่คนสลัม เล่นยาและตายในสลัมเหมือนกับชีวิตคนสลัมหลายๆ คน 

ถือเป็น สารคดีออนไลน์ ของไทยที่หดหู่มากๆ เราได้เห็นโครงสร้างสังคมที่มันเหลื่อมล้ำซะจนปิดโอกาสให้คนๆ หนึ่งได้ขนาดนี้เลยหรอ คลองเตยอยู่ไม่ห่างจากย่านทองหล่อมากนัก แต่คุณภาพชีวิตกลับห่างกันลิบลิ่ว สิ่งสำหรับที่สารคดีจะสื่อคือระบบการศึกษาไทยที่ล้มเหลว ล้าหลัง และไม่มีอะไรที่จะเอื้ออำนวยความต่างของเด็กเลย เด็กที่เชื่อฟังถือเป็นเด็กเก่งในสายตาผู้ใหญ่ แต่เด็กอย่างบุ๊คกับนนท์กลับถูกมองว่าเป็นเด็กซน และมักจะถูกฟาดด้วยแส้หวายเสมอ ระบบที่ทำให้เด็กสูญเสียตัวตน ระบบที่ผู้มีอำนาจเซ็ตไว้อย่างดีและยากที่จะเปลี่ยน