Little Fish | รั้งรักไว้ไม่ให้ลืม (2020)

Categories หนังฝรั่ง, หนังใหม่0 Comments
Little Fish

Little Fish | รั้งรักไว้ไม่ให้ลืม (2020)

ถ้าหากจะให้ดูถึงหนังรักไซไฟดีๆ ซักเรื่อง ผมต้องขอยกมา 2 เรื่องที่ประทับใจ อาทิ Never Let Me Go (2010) เรื่องราวที่เด็กกำพร้าถูกจับไปอยู่โรงเรียนประจำ เมื่อโตขึ้นอวัยวะของพวกเขาจะถูกตัดออกจากร่างกายเพื่อไปให้คนป่วยที่ครอบครัวสมบูรณ์พร้อม หรือพล็อตที่ใกล้กันอย่าง Eternal Sunshine of the spotless mine (2004) เมื่อโลกมีอุปกรณ์ที่สามารถลบความจำในสิ่งที่ลูกค้าอยากลืมได้ แต่สุดท้ายคู่พระนางก็กลับมาตกหลุมรักกันซ้ำแล้วซ้ำเล่าเหมือนเดิม และวันนี้ผมจะพาทุกท่านไปดู หนังHD ที่เชื่อว่าคุณภาพไม่แพ้เรื่องที่ยกตัวอย่างมาเลยใน “Little Fish รั้งรักไว้ไม่ให้ลืม”

Little Fish ภาพยนตร์แนว ดราม่า Drama ดัดแปลงมาจากเรื่องสั้นของ Aja Gabel กำกับโดย Chad Hartigan เรื่องราวของ เอมม่าและจู๊ด คู่รักที่กำลังเผชิญปัญหาโรคร้ายซึ่งทุกคนบนโลกกำลังเผชิญ นั่นคือความจำเสื่อม พวกเขาต่างรีบหาทางรื้อฟื้นความจำก่อนที่ทุกอย่างจะสายไป 

รั้งรักไว้ไม่ให้ลืม

ปัจจุบัน โลกกำลังเผชิญวิกฤตครั้งใหญ่ เนื่องมีโรคประหลาดเกิดขึ้นและแพร่กระจายสู่มนุษย์อย่างช้าๆ แต่ร้ายแรง หลายคนวิเคราะห์ว่าอาจกลายเป็นจุดสิ้นสุดของมนุษยชาติเลยก็ได้ อาการของโรคนี้คือทำให้ใครก็ตามที่ติดนั้นความจำเสื่อม ซึ่งจะแบ่งออกเป็น 2 ชนิด อย่างแรกคือลืมแบบกะทันหัน เช่น นักเดินเรือลืมวิธีขับเรือจนต้องว่ายน้ำมาขอความเหลือเพื่อเข้าฝั่ง นักวิ่งมาราธอนวิ่งไม่หยุดเพราะไม่รู้ตัวว่าตัวเองกำลังทำอะไรอยู่ หรือที่ร้ายแรงกว่านั้น นักบินที่ลืมวิธีขับจนเกิดโศกนาฏกรรมอยู่หลายหน ชนิดนี้ 2 คือค่อยๆ ลืมไปทีละนิดจนสุดท้ายคือจำอะไรไม่ได้เลย แม้แต่คนรักของตัวเอง หนังเริ่มต้นที่ริมชายหาด เอมม่า สัตวแพทย์สาวกำลังนั่งเหม่อดูคลื่นซัดเข้าชายฝั่ง สุนัขตัวหนึ่งวิ่งมาหาเธออย่างคุ้นเคย ชายคนเดิมตามมา ซึ่งเป็นเจ้าของสุนัขตัวนั้น เขามองเอมม่าเหมือนต้องมนตร์สะกดและบอกว่าสำเนียงของเธอนั้นดูไม่เหมือนใคร ย้อนกลับไปเมื่อ 2 ปีก่อน เอมม่าเจอกับ จู๊ด ชายคนหนึ่งที่งานฮาโลวีน ทำอาชีพเป็นช่างภาพฟรีแลนซ์ ทั้ง 2 คนพูดคุยกันถูกคออย่างรวดเร็ว แม้ตอนนั้นเอมม่าจะมีแฟนแล้วก็ตาม เมื่อเอมม่าเป็นโสดเธอและจู๊ดก็คบหากันทันที ทั้งคู่แต่งงานและอาศัยอยู่ด้วยกันนับแต่นั้น คนรอบตัวของเอมม่าทยอยมีอาการความจำเสื่อม เริ่มจากแม่ของเธอที่ลืมสิ่งที่เคยคุยกันไว้แล้วและหนักขึ้นเรื่อยๆ เบน เพื่อนนักดนตรีของจู๊ดที่ไม่สามารถเล่นกีตาร์เพลงที่ตัวเองแต่งได้และหนักถึงขั้นจำภรรยาตัวเองไม่ได้ด้วยซ้ำ คิวต่อมาคือ จู๊ด อาการของเขาเริ่มจากลืมในสิ่งที่ทะเลาะกันกับเอมม่า จนกระทั่งลืมว่าวันๆ นั้นเขาทำอะไรไปบ้าง แม้เขาจะไม่ยอมรับแต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าอาการหนักขึ้น เอมม่าใช้วิธีทวนความจำเขาเรื่อยๆ เช่น เธอชอบสีอะไร ย้ายมาอยู่ด้วยฤดูไหน แต่งงานวันไหนและสถานที่แต่งคือที่ใด ประมาณ 90 เปอร์เซ็นต์เขาตอบผิด แต่โชคดีที่ยังจำภรรยาได้

Little Fish

มีองค์กรเอกชนประกาศหาอาสาสมัครเพื่อทำการทดลองหาวิธีรักษาโรคดังกล่าว เธอจึงกรอกชื่อจู๊ดและเขาผ่านการคัดเลือกรอบแรก ซึ่งเป็นการสัมภาษณ์และตรวจโรคประจำตัว วิธีการรักษาก็คือใช้เข็มเจาะเข้าไปในกะโหลกผ่านเพดานปาก ซึ่งไม่มีการันตีใดๆ ทั้งสิ้นว่าความทรงจำจะกลับมาหรือไม่เป็นอันตรายต่อร่างกาย ระหว่างรอประกาศผล ทั้งคู่ก็ใช้เวลาร่วมกันให้ได้มากที่สุด กระทั่งมีแถลงการณ์ผ่านสื่อว่าวิธีการที่พวกเขาทดลองนั้นได้ผลแต่ไม่รับผู้รักษาเพิ่มอีกแล้วเพราะไม่สามารถรับมือกับคนไข้ที่มากขึ้น วันต่อมาเอมม่าได้รับข้อความแจ้งเตือนว่าจู๊ดไม่ผ่านให้เข้ารักษา เนื่องจากร่างกายเขามีสารเสพติด ซึ่งเขาก็ยืนยันว่าเขาเลิกยามา 5 ปีแล้ว จนกระทั่งนึกได้ เขาไปเสพโคเคนกับเพื่อนเก่าก่อนที่จะไปตรวจเลือด จู๊ดจึงตัดสินใจให้เอมม่ารักษาเขาแทน แม้เธอจะเป็นหมอรักษาสัตว์แต่เขาก็ไว้ใจเธอ เอมม่าใช้เข็มฉีดยาขนาดใหญ่แทงเข้าไปที่เพดานปากจนจู๊ดสติไป วันต่อมาความทรงจำของจู๊ดเหมือนจะกลับมา เขาและเอมม่าไปเที่ยวที่บ้านตากอากาศติดชายหาด ในตอนนั้นเอง จู๊ด ก็บอกความจริงกับเอมม่าว่า เขายังไม่หายดีและอยากใช้เวลาที่เหลือเพื่อบอกกับเธอว่า เธอคือรักแท้ที่เขาอยากใช้ชีวิตร่วมกันไปจนแก่เฒ่า จู๊ดชวนเอมม่าไปถ่ายรูปที่ริมหาด เมื่อถ่ายเสร็จ จู๊ดยื่นกล้องให้เอมม่าและเดินจากเขาไป เพราะเขาจำเธอไม่ได้อีกต่อไปแล้ว เอมม่าพยายามทบทวนความจำแต่เขาก็ผลักเธอและเดินหนีไป สุนัขตัวโปรดวิ่งตามหลังเขา เอมม่านั่งเหม่อดูคลื่นซัดเข้าชายฝั่ง ความทรงจำของเธอหายไปกะทันหัน สุนัขวิ่งมาหาเธออย่างคุ้นเคย จู๊ดเดินตามมา เขามองเธอเเหมือนต้องมนตร์สะกด พร้อมกับบอกว่าสำเนียงของเธอนั้นดูไม่เหมือนใครและหนังก็จบลง 

ต้องบอกเลยว่านานทีปีหนจะมี หนังคมชัดHD แนวโรแมนติกไซไฟ ดีๆ ซักเรื่องมาให้เราได้รับชม อย่างที่ยกตัวอย่างไปตั้งแต่ตอนแรก ซึ่งสำหรับเรื่องนี้ผมคิดว่าหนังดีงามเทียบเท่า Eternal Sunshine of the spotless mine (2004) ได้เลย ตลอดทั้งเรื่องเต็มไปด้วยความเจ็บปวด ในระหว่างที่ทั้งคู่รำลึกความหลังของกันและกัน พร้อมกับฉากจบที่แสนเศร้าแต่ยังมีความหวัง